แด่ใครสักคน

posted on 15 Jan 2012 18:34 by macmy12

ความรัก ความฝัน กับ ความจริง ในบางครั้งก็เป็นเหมือนดั่งเส้นขนานด้วยตัวของมันเอง ยากยิ่งนักที่จะทำให้ทั้งสามสิ่งมารวมกันในที่ๆเดียวกันของหัวใจ เพราะท้ายที่สุดก็ต้อง ถูกความจริงทำลายลงสักวันด้วย..ตัวของมันเอง

 

ความรักก็อาจจะมา ..ในวันที่ผิด และ ในเวลา..ที่ไม่ใช่

ความฝันอาจจะ..ทำให้สุขใจที่มีมัน แต่อาจจะกลายเป็นความปวดร้าว..ในความจริง

และความจริงก็ไม่อาจจะ..อยู่ร่วมกับ ความรัก ความฝัน ที่ไม่มีทาง..เป็นจริง

 

ซึ่งม่านหมอก รัตติกาล คือความเหงา ความอ้างว้าง เดียวดาย รอคอย เติมเต็มในความรัก ของใครหลายๆคน ที่ไม่สามารถก่อเกิดภาพและมีตัวตน ในโลกแห่ง..ความเป็นจริงได้

 

ในยามค่ำคืน ที่มีม่านหมอกบางๆ แต่แฝงไปด้วยความอ้างว้าง อย่างหาที่สุด มองไม่เห็นทางข้างหน้ามีเพียงแค่ แสงสลัวๆในความหนาวเย็น มีเพียงเงาแห่งความมืดมิดของรัตติกาลเป็นเพื่อนเคียงใจ

 

ม่านหมอก มองดูแล้วเหมือน อ้างว้าง เงียบเหงา และ สวยงาม มีทั้งสองมุมในความรู้สึกเดียวกัน

อาจจะเป็นที่ความรัก ไม่สามารถเลือกเกิดกับหัวใจได้ ในเวลาดั่งที่ใจ..ต้องการ

ซึ่งในบางครั้งเจ้าของหัวใจก็พอจะรู้ว่า คำตอบที่ปลายทางจะจบลง..เช่นไร

แต่เมื่อความรัก อยู่เหนือเหตุและผล ก็ยินยอมพร้อมใจที่จะ เจ็บปวดอยู่อย่างนั้น ด้วยความ..เต็มใจ

 

ความจริง เป็นอย่างไร...ไม่รู้จัก

ต้องเรียกหา ความรัก...สักกี่หน

เดินบนทาง ว่างเปล่า...เหงาเกินทน

ทุกข์เหลือล้น ทรมาน...นานเพียงเท่าไร

 

แม้รู้สึก อ้างว้าง...ในบางครั้ง

แม้จะเดินอยู่ คนเดียว...เปลี่ยวใจเหงา

แม้จะอยู่เดียวดาย..เกินทุเลา

แม้สุดท้ายสิ้นสุด..เขา

เหลือแค่เรา เพียง..ผู้เดียว

 

ซึ่งในหัวใจรัก กลับรู้สึก อบอุ่นอย่าง..ประหลาด

ทั้งๆที่อยู่คนเดียว ท่ามกลาง ความเดียวดาย หมอกที่หนาว และ ราตรีกาลที่..มืดมิด

คงมีเพียงแค่แสงเล็กๆ เพียงสิ่งเดียวที่ให้พอจะให้เห็นหนทาง..ข้างหน้า

แม้จะไม่ค่อยอบอุ่น แต่แสงจากตะเกียงในความรักที่ไม่มีทางเป็นจริง นั้น คือความอบอุ่นเดียว

ความหวังเดียว ที่ยังพอมีตัวตนและ..จับต้องได้

ซึ่งตะเกียงเอง ก็คงมองเห็นค่าความรัก ในม่านหมอก รัตติกาล เช่นกัน

 

ไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงไร อย่าปล่อยตะเกียงทิ้งไว้โดยด็ดขาด จงนำมันติดตัวไป..ตลอดเวลา

ติดไปจนกว่าหน้าที่ของตะเกียง จะหมดลงจนรุ่งสาง และเป็นหน้าที่ของแสงแห่งดวงอาทิตย์..ในความจริง

 

แต่เมื่อยามใด ที่ถึงเวลาของ ม่านหมอก รัตติกาล มาเยือน เจ้าตะเกียงแห่งความฝันจะกลับมาร่าเริงอีกครั้ง และทำหน้าที่ของมัน อย่างเต็มใจกับความรักที่มันมี อย่างสมบูรณ์ จนสุดปลายทาง...ในความฝัน

 

“เรื่องที่เศร้าที่สุดของความรัก ไม่ใช่เขาไม่รักเรา หากแต่เราและเขาไม่สามารถ..รักกันได้”

 

ถ้ารัก....

posted on 15 Jan 2012 18:30 by macmy12


ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน


บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน
มากกว่าการได้รับรู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...
เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...
ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย


แต่โปรดจำไว้เถอะว่า
หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า..."ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้..."


ก็จงชอบต่อไปเถอะ
การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม
"การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
อันไหนมันหนักหนากว่ากัน


อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน


แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง
ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
แต่ก็ยังได้พบ...


ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา
แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...


ยิ้มให้กับโชคชะตา
ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน


คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว


คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย...
คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?


แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด
...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ

อยากบอกให้คุณรู้ว่า ผมรักคุณมากนะ แต่ผม ก็ต้องขอโทษคุณ
ผมทำร้ายคนที่ผมรักอย่างไม่น่าให้อภัย
สักวันหนึ่งถ้าคุณรู้ความจริงบางสิ่ง
คุณกับผมเราคงไม่อาจเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว
ผมอยากบอกกับคุณนะ ผมเสียใจมาก แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะชดใช้ความผิด
ของผมได้อย่างไร ผมไม่กล้าแม้แต่จะขอให้คุณอภัยผม
เพราะผมรู้ดี ว่ามันเป็นไปไม่ได้
เพราะคนที่รักกัน เค้าคงไม่ทำกันอย่างนี้
แต่วันนี้ผมรู้ตัวดีว่ามันอาจจะสายไปเสียแล้ว
ที่ผมจะเอ่ยคำขอ โทษ ผมไม่อาจที่จะย้อนเวลาให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้
ถ้าผมย้อนเวลาได้ผมคงไม่ทำอย่างนี้
ก็รู้ดีนะว่าทำแล้วอะไรจะเกิดขึ้น มันสายไปแล้วจริงๆ สำหรับคำขอโทษ
แต่อยากน้อยผมก็อยากบอกคุณ สักครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะไม่มีโอกาส
ผมรู้ดีนะว่าที่ผมเขียนมานี้คุณคงไม่มีโอกาสได้อ่านหรอก แต่อย่างน้อย ผมก็ขอสารภาพ
ต่อคนอื่นที่เค้าได้อ่าน เพราะผมทำได้แค่นี้ แค่นี้จริงๆ
แปลกมั๊ย..ใคร ๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอจริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

เวลา... เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน


แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย
หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร


ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?

ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน

ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน

ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง

ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน

ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า  หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง

เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ  ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ …  ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้

แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ   ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย

และสุดท้ายก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า..**กันและกัน **

edit @ 24 Jun 2011 13:22:31 by macmy12

เขียนไว้บนพื้นทราย

posted on 23 Jun 2011 12:58 by macmy12
มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน..
ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทราย... ระหว่างทาง..เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน

เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่าย
ฝ่ายถูกทำร้าย...เจ็บปวด...แต่ไม่เอ่ยวาจา กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า....

"วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า"

ทั้งสองยังคงเดินทางต่อ...กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย

พลัน..คนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ...เข้าช่วยชีวิต
คนรอดตาย...ยังคงไม่เอ่ยวาจา.. กลับสลักลงไปบนหินใหญ่...
"วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้"



เพื่อน...อีกคนไม่เข้าใจ...ถามว่า... เมื่อถูกฉันตบหน้า...เธอเขียนลงทราย..
แล้วทำไมเมื่อครู่...ต้องสลักบนหิน
อีกคนยิ้มพราย...กล่าวตอบ

เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย...  เราควรเขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย... จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบล้างไม่เหลือ

แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย...บังเกิด
เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ
ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด...ลบล้างทำลาย


อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/Yui_teppai/story/viewlongc.php?id=152612&chapter=8#ixzz1Q4lyNKuw

เวลามีค่าแค่ไหน

posted on 23 Jun 2011 12:53 by macmy12

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 10 ปีมีค่าขนาดไหน
ถามคู่แต่งงานที่เพิ่งหย่าร้างกัน

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 4 ปีมีค่าขนาดไหน
ถามนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งรับปริญญาจากมหาวิทยาลัย

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนักเรียนที่สอบไล่ตก

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 9 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามแม่ที่เพิ่งคลอดลูก

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 เดือนมีค่าขนาดไหน
ถามมารดาที่คลอดบุตรยังไม่ครบกำหนด

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 อาทิตย์มีค่าขนาดไหน
ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงมีค่าขนาดไหน ถามคนรักที่รอพบกัน

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 นาทีมีค่าขนาดไหน
ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทาง หรือเรือบิน

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 วินาทีมีค่าขนาดไหน
ถามคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างหวุดหวิด

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลาเสี้ยวหนึ่งของวินาทีมีค่าขนาดไหน
ถามนักกีฬาโอลิมปิกที่ชนะเหรียญเงิน

ถ้าท่านอยากรู้ว่ามิตรภาพมีค่าขนาดไหน เสียเพื่อนสักคนหนึ่ง

เวลาไม่เคยรอใคร เมื่อมันผ่านไปแล้ว มันจะไม่กลับมาอีก
จงใช้เวลาของท่านทุกขณะอย่างดีที่สุด

ท่านจะรู้คุณค่าของเวลาเมื่อท่านแบ่งปันกับคนที่พิเศษสุดในชีวิตของท่าน


ความทุกข์อยู่ที่ไหน

posted on 22 Jun 2011 10:17 by macmy12

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ความลับของผู้ชาย

posted on 22 Jun 2011 09:50 by macmy12



1. ผู้ชายก็อยากผูกมัด
คุณ เคยแกล้งบอกไปเป็นนัย ๆ ว่าอยากมีลูก อยากมีบ้านน่ารักอยู่ด้วยกันหรืออะไรก็แล้ว ทำให้เขารู้เสียทีว่าเราน่าจะเป็นครอบครัวเดียวกันได้แล้ว แต่เขาก็ยังนั่งนิ่งทำเฉย คุณก็เลยเหมาว่าผู้ชายกลัวการแต่งงาน กลัวการผูกมัด แต่ความจริงแล้วผู้ชายก็อยากมีอนาคตที่อบอุ่น เขาก็ไม่ได้อยากอยู่คนเดียวลอยไปลอยมาตลอดชีวิตหรอก แต่ที่เขาไม่คิดจะขอคุณสักที คุณอาจต้องมองกลับไปที่ความสัมพันธ์แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือถ้าคุณคือคนที่ใช่จริง ๆ ผู้ชายก็ปากแข็งเกินกว่าที่จะพูดอะไรแบบนี้

2. ผู้ชายต้องการความเป็นที่สุด
ถูก ต้องที่สุด ทุกอย่างสุด ๆ ก็เพราะความเป็นเด็กในตัวเขาที่ชอบเอาชนะเป็นที่สุดเสมอ เมื่อต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง ผู้ชายก็จะเลือกสิ่งที่โชว์ให้ใคร ๆ เห็นว่าเขามีอำนาจ ถ้าเขาตัดสินใจผิดเขาก็จะไม่ยอมรับ แต่จะแสดงออกเป็นความโกรธแทน
คำแนะนำ : ปล่อยให้เขาดราม่าไปเถอะ ลึก ๆ แล้วเขาก็รู้ตัวแหละว่าเขาผิด

3. ผู้ชายกลัวถูกปฏิเสธ
ภาย นอกที่ดูเข้มแข็ง ไม่แคร์ แต่จริง ๆ แล้วเขากลัวการถูกปฏิเสธเป็นที่สุด เพราะเขาไม่อยากเสียฟอร์ม ไม่อยากเจ็บปวด ผู้หญิงที่ทำเป็นเล่นตัว เล่นเกมกับเขา ทำตัวลึกลับซับซ้อนมากเกินไป ผู้ชายจะกลัว เพราะเขารู้สึกว่าผู้หญิงแบบนี้เสี่ยงเกินไป ถ้าคุณกำลังคิดเล่นเกมแบบนี้กับเขา คงต้องทบทวนใหม่แล้วล่ะ ผู้ชายส่วนมากเลือกหาโอกาสดี ๆ ที่อื่นมากกว่า

4. ผู้ชายไม่ชอบเมคอัพ
บริ ทนี่ย์ ดูสวยมั้ยล่ะ? ไม่เลย สาว ๆ อย่างเรารู้กันดีอยู่แล้วล่ะว่า ถ้าปราศจากเมคอัพแล้วล่ะก็ บริทนี่ย์ก็เป็นสาวอเมริกันบ้าน ๆ ที่มีกระและสิวเพียบ แต่ที่ผู้ชายยังตาเชื่อมกับหล่อนก็เพราะว่าเมคอัพไง แม้ว่าผู้ชายจะชอบมองผู้หญิงที่ดูสวยที่พอกทั้งรองพื้น มาสคาร่า ลิปสติกฉ่ำ อาไลเนอร์แล้วยังกลอสอีกล่ะ มองไกล ๆ มันก็สวยดีอยู่ แต่ช่วงเวลาที่แนบชิดกันนี่สิ พวกเขาจะเริ่มสังเกต สังกาสิ่งที่เราพยายามปกปิด ที่ทำให้เราดูสวยไม่ธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาสนใจมากกว่า

5. ผู้ชายซื่อสัตย์กว่าที่คิด
ผู้ชาย มักชื่อเสียงไม่ค่อยดีกับเรื่องนี้ เมื่อคุณกำลังคิดว่าผู้ชายก็เหมือนกันหมด นอกใจได้ตลอดเวลา แต่จริง ๆ แล้วผู้ชายส่วนมากมักจะเป็นสามีและแฟนที่ซื่อสัตย์นะ ถ้าบังเอิญคุณไปเจอรอยลิปสติกบนปกเสื้อของเขา บางทีเขาอาจจะแค่ไปดื่มสังสรรค์กับเจ้านายหลังเลิกงานเท่านั้นแหละผู้ชายไม่ ได้บ้าเซ็กซ์ตลอดเวลาอย่างที่ผู้หญิงคิดหรอก พวกเขาเป็นห่วงหน้าที่การงานมากกว่าเซ็กซ์แน่นอน

6. ผู้ชายชอบผู้หญิงกล้า
ไม่ มีอะไรจะเร้าใจหนุ่ม ๆ เท่ากับโทรศัพท์ชวนดินเนอร์ของหญิงสาวที่เขากำลังจีบอีกแล้ว มันดีกว่าที่จะได้ลองให้เธอพาเขาไปดินเนอร์และพาเขาไปที่บ้าน ดูหนังที่เราเลือกเอง ผู้ชายเหนื่อยกับการตัดสินใจว่าจะทำอะไรกันดีแล้วล่ะ (ซึ่งก็เสี่ยงต่อการปฏิเสธของพวกเราด้วย)

7. ผู้ชายกลัวการเปลี่ยนตัวเอง
ความ กลัวอีกอย่างของผู้ชายคือ คนรักของเขาไม่ได้รักความเป็นตัวตนของเขา คุณพยายามบอกเขาว่า เขาดูหล่อมากในชุดสูทเนี้ยบ แต่เขากลับไม่คิดอย่างนั้น ถ้าคุณเริ่มให้คำแนะนำเขาเกี่ยวกับการแต่งตัวหรือนิสัยบางอย่าง เขาจะเริ่มสงสัยในตัวคุณ แล้วเริ่มตั้งคำถามว่า แล้วมาคบกับผมแต่แรกทำไม หรือเขาต้องถอดยีนส์ที่คุณหลงรักเขาเมื่อตอนนั้นออก เพื่อให้คุณยังเขาต่อไปเขาจะคิดว่าทำเขาถึงน่าสมเพชได้ขนาดนั้น คุณว่ามันจะดีหรือ?

8.
ผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทุกคน
ผู้ชาย ไม่ได้ชอบฟุตบอลเหมือนกันหมด พวกเขาไม่ได้สนุกกับการคิดเรื่องเซ็กซ์ตลอดเวลา ผู้ชายก็เหมือนผู้หญิงนั่นแหละที่ต้องพยายามอย่างมากที่จะทำให้ตัวเองดูต่าง จากคนอื่น อย่าเปรียบเทียบพวกเขากันเองเลยจะดีกว่า ตกลงมั้ยจ๊ะ?

ซึ้ง 2

posted on 22 Jun 2011 09:47 by macmy12

ซึ้ง 1

posted on 22 Jun 2011 09:44 by macmy12

edit @ 22 Jun 2011 09:46:47 by macmy12